{04} เมื่อ 15 แบรนด์ดังพร้อมเพรียงกัน ยกขบวนออกมา เฉิดฉายเป็นที่ประจักษ์ต่อโลก2015

  

         นับเป็นการร่วมงานกันที่น่าตื่นตะลึงที่สุดเป็นประวัติการณ์ 
เพื่อฉลองการก่อตั้งแบรนด์ครบรอบ 160 ปี  ของ Louis Vuitton 
กับแคมเปญสุดเอ็กคลูซีฟ {Icons and Iconoclasts} ที่ได้เชิญชวญ ศิลปินระดับโลก 6 ท่าน มาสร้างสรรค์ผลงานกระเป๋า ลายโมโนแกรม LV ที่เป็นซิกเนเจอร์อันโด่งดังของแบรนด์นี้เพื่อสื่อถึงบุคลิกเฉพาะของผู้ออกแบบแต่ละคน อันได้แก่ Christian Louboutin + Cindy Sherman + Frank Gehry + Karl Lagerfeld + Marc Newson และ Rei Kawakubo

............................................................................................
   ห่ะ Adidas กับใครนะ? ก็ Mary Katrantzou ไงล่ะ เธอคือนักออกแบบแฟชั่นชาวกรีกผู้มักมีผลงานมาอวดในงานแฟชั่นวีคที่กรุงลอนดอนเป็นประจำ  แนวคิดจากการร่วมมือกันของคู่นี้เรียกได้ว่าเป็นความฝันของผู้ที่หลงใหลในสีสันอันฉูดฉาดเลยทีเดียว กับเสื้อแขนยาวแบบกันน้ำ ที่สามารถเรียกความสนใจด้วยลายPrint..ดอกไม้ แบบแอ็บสแตร็กครับคุณ 
............................................................................................
     

      เป็นที่รู้กันดีว่าซีซั่นนี้ MAC ได้ร่วมมือกับ Sophia Amoruso แห่ง Nasty Gal ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ได้แก่ลิปสติก 3 เฉดสีกับน้ำยาทาเล็บ ออกมาเอาใจสาวซ่าส์ โดยเฉพาะ เพื่อให้บรรดาคุณท่านและเธอทั้งหลายพร้อมที่จะเฉิดฉายกับเดอะแก๊งในปาร์ตี้สุดเริ่ด Friday night {T.G.I.F} หรือ จะไว้เปลี่ยนลุคเป็นคนใหม่ได้อย่างไม่มีเบื่อ
ถ้าใครสนใจก็สามารถลองเทส สีลิปสติกสุดเปรี้ยวที่ว่านี้ได้ที่ Shop MAC ทั่วประเทศ
         ............................................................................................

  อะไรนะ! Christian Louboutin แท็กทีมกับ Angelina Jolie งั้นเหรอ? การจับคู่ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะแรงบันดาลใจที่ได้จากตัวละครซึ่งรับบทโดย Jolie ในเรื่อง Maleficent ด้วยส้นสูงของรองเท้าซึ่งมีลักษณะคล้ายพวยควัน ทำให้รองเท้าส้นสูงคู่นี้โดดเด่นจากฝูงชน แม้ไม่ได้มีขายที่บ้านเรา แต่คุณก็ยังสามารถพรีออเดอร์ได้ที่ร้าน Christian Louboutin สาขานิวยอร์กและแคลิฟอร์เนีย 
แม้หนังจะออกโรงภาพยนต์ไปหลายเดือนแล้ว แต่รองเท้าส้นสูง อันเปี่ยมไปด้วยย่างก้าวของมนต์ขลังยังได้เสียงตอบรับอยู่ โอ้  เวล...เวล


      ............................................................................................

      Eddy Anemian ผู้ชนะเลิศรางวัลนักออกแบบ H&M วัย 25 ปีกับแฟชั่นอันน่าทึ่งและร้อนแรง ด้วยชุดกระโปรงแม็กซี่ลายดอกซึ่งตัดเย็บด้วยคัทติ้งสุดเนี้ยบ คุณอาจคิดว่าชุดนี้คงแพงระยับ แต่ขอบอกว่าราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 30-349 เหรียญ สหรัฐฯ คอลเลคชั่นนี้เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปลายปี2014มาจนถึงต้นปีนี้
     ............................................................................................

    หากบังเอิญว่าคุณเป็นแฟชั่นนิสต้าที่คลั่งแมว เชื่อว่าคอลเลคชั่นนี้จะต้องถูกใจคุณอย่างแน่นอน เพราะเมื่อ Karl Lagerfield แห่ง Chanel กับเจ้าเหมียว Choupette แมวสุดรักสุดหวงของเขาได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานสุดเพอร์เฟคนี้ขึ้นมา
          ............................................................................................
Rita Ora นักร้องสาวชาวอังกฤษได้ออกแบบผลงานของตัวเองให้กับ Adidas โดยมีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Rose Pack และ Spray Pack ประกอบไปด้วย เสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬาอื่นๆ ซึ่งทั้งล้ำสมัยและสดใสไม่เชื่อลองดูเสื้อแจ็กเก็ตลายดอกกุหลาบนี้สิครับคุณ
............................................................................................

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือการจับคู่กันซึ่งเป็นที่จับตามองมากที่สุด นั่นก็คือ#ALEXANDERWANGxHM. คอลเลคชั่นซึ่งได้รับการคาดหวังสูงนี้ได้เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 7 พฤศจิกายน เมื่อปีที่แล้วและรับรองได้ว่าทาง Online จะต้องรับออเดอร์กันระเบิดระเบ้อ พูดถึงกันจวบจนต้นปีนี้
           ............................................................................................
 หลังจากที่คอเลคชั่นกระเป๋าของแม่นาง #คาร่า_เดลเลวีน นางแบบชื่อก้องโลก ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ในแฟชั่นวีคที่กรุงลอนดอนเมื่อกุมภาพันธ์เมื่อปีที่แล้ว แม้ล่วงเลยเข้าถึงกุมภาพันธ์ปีนี้ รู้หรือไม่ว่า คอเลคชั่นกระเป๋าของนางก็ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากการได้รับเสียงตอบรับที่ดีแล้ว ก็ยังคงพบเห็นได้อยู่ในร้าน Mulberry และช้อปออนไลน์ทุกแห่งหน อ่ะ..อะ ที่เห็นว่าคอเลคชั่นกระเป๋าของนางได้ฟีทแบคดีงามอย่างนี้ ก็อย่าคิดว่านางเอาชื่อของตัวเองมาติดไว้สวยๆบนกระเป๋าเท่านั้นนะครับคุ๊ณณ เพราะอันที่จริงแล้ว นางก็มีส่วนร่วมในขั้นตอนการออกแบบกระเป๋าที่หรูอลังเหล่านี้ด้วย
             ....................................................................................

เอากับเค้าสิ....หลังจากที่จับคู่กันจนประสพความสำเร็จไปแล้วเมื่อฤดูใบไม้ผลิปี2013  Y's กับ Dr.Martens ก็โคจรมาจับคู่กันอีกครั้ง  ซึ่งรอบนี้พิเศษกว่าปีก่อนๆกับ กิมมิก ไม้ตาย ตรงที่รองเท้าบู้ทสั้น ที่ออกแบบมาสะท้อนตัวตนถึงลุคสุดเฉี่ยวด้วยหนังงูสีขาว คัทติ้งเรียบกริบอันน่าพิศมัย
               ................................................................................

เมื่อดีไซน์เนอร์ชื่อดัง อย่าง Riccardo Tisci 
แห่ง Givenchy ได้บรรจงเนรมิตรองเท้ากีฬาแบรนด์ดัง Nike Air Force ให้กลายเป็นรองเท้าแฟชั่นสุดอลังการ เนื่องจากTisci คลั่งไคล้รองเท้า Air Force 1 มากขณะนี้ มีออกมาวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
              ...............................................................................
โปรเจคนี้เกิดขึ้นระหว่าง Gap กับ นิตยสารแฟชั่น Visionaire ด้วยการสกรีนลายดิจิตอลปริ้นท์ และภาพถ่ายลงบนเสื้อยืดและเสื้อไหมพรมแขนยาว ซึงภาพถ่ายและงานศิลปะเหล่านี้ถูกนำมาจาก นิตยสาร Visionaire ฉบับก่อนๆที่ยังเป็นที่สนอกสนใจของผู้อ่าน  
              ...............................................................................
นับว่าเป็นปีทองของนางเลยทีเดียว กับ คาร่า เดลเลวีน ที่ขยันปล่อยของออกมาให้เป็นที่จับตามองของเหล่าแฟชั่นนิสต้าอย่างมิหยุด
มิหย่อน กับอีกหนึ่งคอเลคชั่นที่ร่วมมือกับแบรนด์ สุดฮอตอย่าง DNYK  ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแนวสปอร์ตแวร์ มีทั้งบรา และเสื้อยืดรวมทั้งหมด15ชิ้น และถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นวัยรุ่นสุดเฮี้ยวอยู่ล่ะก็...บอกได้เลยว่าไอเทมนี้คุณไม่ควรพลาด 
            ..................................................................................
เมื่อแบรนด์สัญชาติญี่ป่นอย่าง ยูนิโคล่ ร่วมมือกับ ดีไซน์เนอร์ Jil Sander เพื่อสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆออกมา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ต+เสื้อถัก แคชเมียร์ และอื่นๆที่ยังคงเห็นได้ในช้อป ทั่วประเทศ และออนไลน์ของ Uniqlo 
            ...............................................................................
หยุดพูดคำว่า "เหลือเชื่อ" ไปได้เลย เมื่อ Coach แทคทีม กับตัวการ์ตูนสุดฮิพในตำนานอย่าง Peanuts เพื่อผลิตคอเลคชั่นแบบ limited Edition เป็นพาเหรดออกมาให้ติดตามอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่กระเป๋าถือ รุ่นซิกเนเจอร์ของ Coach และกระเป๋าใบใหญ่อันทนทาน
กับกระเป๋าคลัตซ์ใบพอดีมือ โดยคาแรคเตอร์ทั้งหมดที่พิมพ์อยู่บนกระเป๋าจะถูกทำออกมาแค่จำนวนจำกัดสำหรับคนที่ชื่นชอบตัวการ์ตูน สุดแสนน่ารัก อย่างPeanuts เท่านั้น 

{03} Primer จนถึงAA cream สิ่งเหล่านี้มีติดไว้ในกระเป๋าเพื่ออะไร…อย่างไร ?



       เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการแต่งหน้า ใช้ทาเพื่อพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลง ปรับสภาพผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้า ส่วนใหญ่เป็นซิลิโคนเบส ทาแล้วรู้สึกได้ว่าหน้าจะลื่นๆขึ้น แต่งหน้าติดทนขึ้น ความเรียบเนียนก็มีมากขึ้น เวลาแต่งหน้าจะดูนวลเนียนเสมือนใบหน้าของคุณ จะไม่มีซึ่งร่องรอยอารยธรรมที่ก่อกวนใจ ใดๆ จะใช้หลังจากที่ทาครีมบำรุงผิวในปริมาณแค่นิดเดียวเท่านั้น และ ในบางยี่ห้อก็ทำออกมาเพื่อช่วยควบคุมความมันได้ด้วย 


{Le Growth Gazine Recommend}


___________________________________


         เป็นผลิตภัณ์ที่ช่วยปรับในเรื่องของ สีผิว โดยปกติจะช่วยปรับสีผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้น บางยี่ห้อก็บอกว่าทำให้เครื่องสำอางค์ติดทนขึ้นด้วย ส่วนใหญ่การใช้ก็มีไม่กี่สี 

เช่น 
-สีชมพู,ม่วง เหมาะกับคนที่ผิวหมองคล้ำหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ทาแล้วรู้สึกว่าหน้าไบรท์ขึ้นเล็กน้อย ดูผิวดีมีออร่า ไม่หม่น ไม่เทา 


-สีเขียว ส่วนใหญ่เข้าใจว่าเหมาะกับรอยสิว แต่เรากลับรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับพี่น้องชาวไทย เท่าไหร่ เพราะ สีผิวของพวกเราจะออกไปทางขาวเหลือง จนถึงผิวสีผสมซะมากกว่า  ถ้าทาแล้ว หน่ะหรือ หน้าจะลอยมาก เลยครับคุณ จากที่หน้าจะขาวผ่องเป็นยองใย แต่กลับทาแล้วสีจะขาววอกแบบบุญไม่รับไปเลย ส่วนตัวถ้าจะแนะนำวิธีใช้ กับคุณที่ใช้รองพื้นหรือบีบีที่ปกปิดเป็น สรณะอยู่แล้ว ควรจะทาบางๆเฉพาะจุดเอา เช่นในส่วนที่เน้นความสว่างเป็นพิเศษอย่างT-ZONEหรือไม่ก็ไม่ทาเลย ก่อนที่จะถูกทักว่า ไม่มีเพื่อนช่วยเลือกรองพื้น ดีไหมคุณณณ

-สีเนื้อ เดี๋ยวนี้มีเบสสีนี้แล้วนะ ทาแล้วกลบทุกอย่างบนใบหน้า เหมือนทาแล้วหน้าดูเบลอขึ้นเล็กน้อย ตรงที่หมองก็จะสว่างตรงที่เป็นรอยสิวก็จะ “จางลง”แต่ก็ยังเห็นอยู่

{Le Growth Gazine Recommend}

___________________________________


           เป็นที่รู้กันดี สำหรับคนชอบแต่งหน้า ว่ารองพื้น นั้นมีหลายรูปแบบ ทั้งชนิดน้ำ ชนิดครีม บาล์ม แท่ง เยอะแยะละลานตาไปหมด เป็นอะไรที่แทบจะเอาทุกขวดมารวมกันถึงได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง รองพื้นใช้ในการกลบทุกสิ่งบนใบหน้า ให้หน้าดูสุขภาพดี ไร้ร่องรอยใดๆ เหมือนการเทสีขาวบนหน้าเค้กเพื่อเตรียมให้แยมสีสันต่างๆได้วาดลวดลายกัน ถ้าตอบตามประสบการณ์ รองพื้นที่ยิ่งเหลวจะให้ความเป็นธรรมชาติยิ่งเยอะขึ้น(ชนิดน้ำ) ทาย้ำได้โดยไม่หนา เหมาะมากกับคนผิวดีอยู่แล้ว และเนื้อบาล์มเป็นเนื้อที่ปกปิดเนียนสุดๆแต่ก็หนาเป็นปูนปาสเตอร์สุดๆเหมือนกัน ให้ใช้ประจำวันคงยาก แต่ถ้าถ่ายรูป ออกงาน มันจะทำให้หน้าคุณขึ้นกล้องดีมากเลยทีเดียว


{Le Growth Gazine Recommend}

___________________________________


(BB Cream = Basic Skincare + Sun Protecter + Makeup Base + Foundation บีบี ครีม = ครีมบำรุง + ครีมกันแดด + เมกอัพเบส + รองพื้น)

            ใครต่อใคร ต่าง โพนทะนา ว่า เป็นครีมที่ครอบจักรวาล แต่สำหรับผม กลับคิดว่าเป็นแค่ ครีมที่ครอบได้แต่ซีกส่วนหนึ่งของดาวพลูโตเท่านั้น  ตามที่ทุกแบรนด์ ต่าง เครม กันอย่างครึกโครม ว่า เป็น “ครีมที่รังสรรค์ให้ใบหน้าดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติแล้วยังพร้อมใช้ในหลอด เดียว ให้ความปกปิดริ้วรอยเทียบเท่ารองพื้น" เป็นคำที่เกือบจะจริง เพราะว่า BB cream ปกปิดริ้วรอยได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น
ถามถึงข้อดี ก็มีอยู่แล้ว…เพราะ เป็นเนื้อครีมเบากว่าเนื้อรองพื้น ค่อนข้างกลมกลืนไปกับสีผิวปรกติ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอได้ ใช้ง่าย เหมาะกับใช้ระหว่างวันมากกว่า รองพื้น คงประสิทธิภาพราว 6-8 ชั่วโมง โดยไม่หลุดลอกร่อน
แต่ถึงกระนั้นแล้ว ถ้า เราอยากให้หน้านวลเนียน ไม่เห็นจุดด่างดำและด่างดวง เรายังคงต้องลงเบสเพื่อปรับให้สีผิวเราสว่างขึ้นก่อน ลงBB cream และ ก็ต้องพึ่งพา คอนซิลเลอร์ทับเพิ่มลงไปในจุดที่ต้องการปกปิด…อยู่ดี  

{Le Growth Gazine Recommend}


___________________________________





(CC Cream = Basic Skincare + Sun Protecter + Makeup Base + Foundation + Color Controller ซีซี ครีม = ครีมบำรุง + ครีมกันแดด + เมกอัพเบส + รองพื้น + สารควบคุมสีผิว)

         เป็นพัฒนาการหรือนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก บีบีครีม ซึ่งเริ่มมีมาเมื่อ 1-2 ปีก่อน โดยแบรนด์แรกที่เริ่มทำคือ Rachel K จากสิงค์โปร หลังจากนั้นไม่นานแบรนด์ดังอาทิ Chanel, Lancome, Olay และ L’Oreal ก็นำไปผลิตจนเข้าถึงและตีตลาดอเมริกา แถมกลายเป็นที่สนใจมากขึ้นจากบรรดา Beauty Guru  ที่พูดกันปากต่อปากถึงสรรพคุณอันเลื่องชื่อและเนื้อสัมผัสอันบางเบา

      ซึ่ง CC Cream ถือว่าเป็นครีมที่สามารถตอบโจทย์ของสาวไทยที่มีหลากหลายเฉดสีผิวได้อย่างชัดเจนเพราะการใช้ BB Cream ที่มีส่วนผสมของขั้นตอนดูแลผิวและปกปิดผิวหลายๆ อย่างที่เราไม่สามารถกำหนดสัดส่วนของแต่ละอย่างได้เองซึ่งสัดส่วนของส่วนผสมที่อาจจะไม่พอดีเป๊ะกับสภาพผิวของสาวไทยบ้านเราจึงเป็นที่มาของปัญหาที่ว่า หลังจากทา BB Cream ไปแล้ว สีผิวเปลี่ยนไป ไม่ใกล้เคียงกับสีผิวจริงและบางคนเกิดอาการผิวหมองคล้ำระหว่างวัน
สำหรับส่วนผสมของ CC Cream นี้จะมี ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด  เมคอัพเบส รองพื้น และ ส่วนผสมที่มีคุณสมบัติควบคุมสีผิวไม่ให้เปลี่ยนแปลงในระหว่างวัน ซึ่งเจ้าครีมชนิดนี้อาจจะมีไพรเมอร์ ที่ช่วยกระชับรูขุมขนให้ดูเรียบเนียนขึ้นผสมมาอยู่ด้วย ซึ่งข้อดีของ CC Cream นั้นจะช่วยทำให้สีผิวของเราไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะโดนแดด โดนลม โดนเหงื่อ แต่ด้วยสารปรับสภาพสีผิวจึงเป็นดั่งตัวช่วยที่ไม่ทำหน้าของคุณสาวๆดูมองคล้ำในระหว่างวันจนต้องอับอาย แถมยังคงสภาพความเนียนเด้งแบบนี้ได้นานกว่า BB Cream ราว 3-4 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ

{Le Growth Gazine Recommend}

___________________________________

 (Daily Defense Cream, Dynamic Do All)

      DD cream เป็นสิ่งที่ทั่วโลกพูดถึงกันมากในช่วงเข้าปี2014 ที่ผ่านมาแล้วล่ะคุณ สำหรับในบ้านเราตอนนี้หน่ะหรือ คือสิ่งที่น้อยคนเท่านั้นที่จะ เข้าถึงและรู้จักมัน กับครีมที่ว่าด้วย นวัตกรรม ที่คลุมครอบทุกสิ่งในเรื่องของผิวใสเรียบเนียน กับคุณสมบัติปกปิดจุด ด่างดำ รอยสิว รวมถึงปกปิดริ้วรอยต่างๆได้ดีเยี่ยม

      นอกจากและยังมอบความชุ่มชื้นตลอดวันจากวิตามินนานาชนิด และสารสกัดจากอะโลเวร่า  ประหนึ่งว่า DD cream ออกแบบมาเพื่อเหมาะสำหรับ ชีวิตอันสุดแสนจะรีบเร่ง  เหมาะกับคนที่มีสภาพผิวค่อนข้างแห้ง-ผิวปกติ ผนวกกับสารกันแดด SPF 25++  ที่นอกจากจะทำให้ผิวคุณเนียน เรียบ ไร้ริ้วรอยแล้วยังทำให้ผิวของคุณดูนุ่มน่าสัมผัสจึงเป็นสิ่งที่ BB และ CC cream นั้นไม่มี        

       พูดง่ายๆ เท่ากับว่า เมื่อเราได้ประโลม เจ้า DD cream ลงไปบนใบหน้า นอกจากจะได้ความเนียนใสไร้จุดด่างดำก็ยังได้บำรุงด้วย Skin care ไปในตัว

{Le Growth Gazine Recommend}

___________________________________



         ครีม นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่คิดว่ายังไม่ล้ำไปถึงนอกขอบโลก เค้าเรียกตัวเองว่า AA Cream ก็เพราะว่า เค้าได้พัฒนาสูตรจาก เหล่า BB Cream ทั้งหลาย พร้อมรวบรวม 3A 3คุณสมบัติไว้ในตัวเดียว 
คือ
1. Auto Aura = ช่วยปรับสีผิวให้ขาว กระจ่างใสขึ้น เหมือนกับมีออร่าทันทีหลังทา

2. Anti Acne = ไม่ทำให้อุดตัน ลดปัจจัยการเกิดสิว เพราะมีส่วนผสมจาก Tea Tree Oil

3. Anti Aging = ผิวแลดูกระชับลดเลือนริ้วรอย
 ซึ่งจะว่าไปก็ดูเหมือนกับ BB และ DD Cream อยู่เหมือนกันนะ แต่เพิ่มส่วนของการป้องกันและฟื้นฟูปัญหาสิวเข้ามา
ส่วนคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ของตัวนี้ก็คือ มีสารกันแดดถึง 45 เท่า
ถึงอย่างไร AA cream ในตอนนี้ ยังไม่สามารถหาบทสรุปได้ว่า เป็นครีมที่ดีที่สุดของที่สุดแล้วหรือไม่ เพราะมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้น 
ที่ผลิตออกมา ถ้าถามว่า สิ่งล้ำโลกตัวนี้ จะได้รับความนิยม จากผองชนมากแค่ไหน ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป และปล่อยให้เป็นเรื่องของ “อนาคต” ก็แล้วกัน




{02} LOOK BOOK มาแนบชิดกับคอเลคชั่นล่าสุด จากแบรนด์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หูคู่ยากสำหรับชายหนุ่มในตำนาน senhor PRUDÊNCIO F/W 2015







การย่างกรายเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ของปี2015 กับ แคมเปญ พิเศษของแบรนด์ senhor PRUDÊNCIO กับการร่วมมือกันระหว่าง แฟชั่นไดเรคเตอร์มือฉกาจอย่าง Toby Grimditch และ ช่างภาพฝีมือดี Thomas Giddings สำหรับสร้าง Lookbook และภาพยนตร์โฆษณาที่ดีที่สุด เพื่อสะท้อนให้เห็นถึง คอลเลกชั่น FW15
นำโดยสุดยอดดีไซน์เนอร์ที่ถูกกล่าวขานด้วยรางวัลอย่าง João Filipe และ senhor PRUDÊNCIO กับการ รังสรรค์ชิ้นงานที่ทันสมัยแต่ทว่ายังคง ฝังรากลึกในงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่สะท้อนให้เห็นถึงความรัก อันเต็มไปด้วยเทคนิคแบบดั้งเดิมผ่านไปโดยปู่ของเขา